Looking for vacation? Here you are!
posted on 22 Jan 2009 02:51 by nomorebrain in AMBIENT
Advertising Agency: Y&R, Frankfurt, Germany
อาหารเหลาจานอร่อยราคาร่วมหลายร้อยที่เรารู้จักมักคุ้นกันว่าหูฉลามนั้น เคยสงสัยกันไหมว่าแล้วเนื้อฉลาม หางฉลาม ตาฉลาม พุงฉลาม เขาเอาไปทำอะไรกัน คำตอบง่ายๆ ก็คือ เราแค่กินส่วนที่เราเรียกว่าหู หรือ ครีบ ของมันเท่านั้น เวลาคนเขาจับฉลามมาได้ เขาแค่เฉือน ฉึบ ฉับ เอาแต่หู ส่วนปลาที่ดิ้นเหลืออยู่เขาก็ปล่อยลงทะเลต่อไป ซึ่งก็น่าจะเดากันได้อยู่แล้วว่าไม่นานมันก็ต้องตาย
ด้วยความเป็นกังวลของหลายๆ คนในฐานะนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม "หูฉลามโปรเจคท์" จึงแจ้งเกิด เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนที่บริโภคหูฉลาม หรือแม้กระทั่ง คนที่ไม่ได้บริโภค แต่มองว่าเป็นเรื่องปกติตระหนักถึงปัญหาเรื่องนี้ ซึ่งวิธีการของเขาก็คือ ส่งข้อมูลไปกับจดหมาย โดยที่ตัวจดหมายทำจากกระดาษชนิดหยาบคล้ายกับผิวหนังของฉลาม (เขาบอกมาว่าอย่างนั้น แต่ก็ไม่เคยสัมผัสด้วยมือตัวเองเหมือนกันว่าเป็นอย่างไร) และบนจดหมายจะมีคำแนะนำการเปิดซองไว้ว่าให้เปิดอย่างไรเรียบร้อย เมื่อคุณๆ ท่านๆ ทั้งหลายเปิดซองออก สิ่งที่จะได้พบก็คือที่คุณได้ตัดไปก็คือครีบฉลามไปซะแล้ว
Advertising Agency: JWT, Sydney, Australia
Art Director: Chris Moreira
Production: Escalated Advertising
Released: March 2008
Ambient ชิิ้นนี้เป็นของร้านซูชิ SUSHI ROLL เขาอยากจะโฆษณาอาหารแบบสายพานที่มีซูชิวิ่งผ่านหน้าเราไปมา เอเจนซี่ก็เลยปิ๊งไอเดียเอารูปจานซูชิเล็กขนาดเท่าของจริงไปแปะไว้ที่ราวบันไดเลื่อน เลื่อน เคลื่อน ไป ไอเดียเดียวกันพอดี เสียงตอบรับที่ได้ก็เข้าท่า คนใช้บันไดเลื่อนก็จิ้มไปจิ้มมาว่าจานนี้จานนั้นน่ากิน ฉันเคยกินอันนี้ จานนี้อร่อยแต่แพง อย่างไรก็ว่าไป ถ้าอยากเห็นภาพจริงๆ ว่าคนให้การตอบรับกันยังไง ไปเจอได้ที่วิดีโอข้างล่างนี้
Advertising School: Miami Ad School, Minneapolis, USA
Art Director / Copywriter: Brian Culp
ถือได้ว่าโฆษณาชิ้นนี้เป็นโฆษณา Ambient ที่ไม่รู้จะหาอะไรมาลงตัวได้เท่านี้อีกแล้ว เพราะนอกจากชื่อตัวสินค้าจะบอกความเป็น Air พกพาสะดวก เอาไปไหนก็ง่ายแม้กระทั่งบน Airplane แล้ว ตัวนำเสนอไอเดียอย่างถาดวางอาหารหน้าที่ันั่งบนเครื่องบินก็ยังเบาบาง พับง่าย ละม้ายคล้าย Mac Book Air ยังไงยังงั้น
Agency: LOWE, Bangkok
Regional Creative Director: Clinton Manson, Dominic Stallard
Copywriter: Clinton Manson
Art Director: Dominic Stallard
ดู AD เมืองนอกเมืองนามาเยอะ คราวนี้หันมาดู AD เมืองไทยดูบ้าง สินค้าที่นำมาเสนอก็คือผงซักฟอกบรีส และที่เห็นเป็นกล่องๆ นี่ก็คือแพ็คเกจบรรจุตัวอย่างสินค้าแจกฟรีที่เขาจะส่งไปตามบ้านที่มีกลุ่มเป้าหมายอยู่ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายเหล่านั้นก็คือเหล่าแม่บ้านที่ต้องมีภารกิจซักผ้านั่นเอง และไม่ใช่เพียงแต่ในเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น เขายังส่งไปตามพื้นที่ชนบทด้วย แต่ข้อแม้ก็คือพื้นที่เหล่านั้นจะต้องมีเหล่าแม่บ้านที่รักการชมโทรทัศน์อยู่
เหตุผลก็คือ ถ้าคุณแม่บ้านมีโทรทัศน์ โอกาสที่จะได้ชมโฆษณาซักผ้าขาวของบรีสย่อมมีมากกว่าพื้นที่ที่ไม่มีโทรทัศน์ แน่นอนว่าถ้ามีโอกาสคุณแม่บ้านย่อมต้องอยากลอง และเกือบจะร้อยเปอร์เซนต์ของแม่บ้านนั้นมักจะรักการรับของฟรี แล้วเค้าส่งมาให้ถึงบ้านแบบนี้ จะไม่โดนใจมันก็แปลกๆ อยู่
มากกว่านั้น แพ็คเกจก็ไม่ใช่กล่องกระดาษธรรมดา เขาห่อไว้ด้วยเสื้อสีขาวที่เรามักจะเห็นกันอยู่บ่อยๆ ในโฆษณาทางทีวี เวลาพัสดุอยู่ระหว่างการส่ง มันย่อมผ่านนู่นผ่านนี่ ผ่านสิ่งสกปรกมาตามลำดับกว่าจะถึงมือผู้รับ ดังนั้นเสื้อขาวก็ไม่ได้ขาวอีกต่อไป
คิดว่าวิธีของเขาก็คือ นอกจากแม่บ้านจะได้ตัวอย่างผงซักฟอกฟรีข้างในกล่องแล้ว ถ้าคุณแม่บ้านอยากได้เสื้อด้วย คุณแม่บ้านย่อมต้องลองซักเสื้อตัวนั้นด้วยบรีสอย่างแน่นอน ของมาถึงมือแบบนี้ มันก็คงต้องลองกันหน่อย นอกจากนี้ทุกวันนี้ การโฆษณาแบบ word-of-mouth นั้นมีอิทธิพลสูง เมื่อแม่บ้านเห็นว่ามันสะอาดจริง แม่บ้านก็คงจะยิ่งบอกกันปากต่อปาก และไม่แคล้าวอยากได้แพ็คเกจแซมเปิ้นมาลองดูบ้าง
ถ้ามันเวิร์กจริง ก็คงต้องขอปรบมือให้กับคนคิดโฆษณาชิ้นนี้ดังๆ หลายๆ แปะ เพราะถือว่าสามารถทำการโฆษณาโดยการสื่อสารตราสินค้าได้ครอบคลุมดีจริงๆ เรียกว่ายิงปืนนีดเดียวได้นกทั้งฝูง
แต่เรื่องของเรื่องก็คือ ถ้าบรีสไม่สามารถทำให้เสื้อตัวนั้นขาวได้จริงๆ อย่างที่โฆษณา แล้วไอ้ที่คิดๆ มาผู้บริโภคจะได้ประโยชน์อันใด ?
ปล.ถึงแม้โฆษณาชิ้นนี้จะเป็นสินค้าของไทยและมาจากเอเจนซี่ประเทศไทย แต่ถ้าดูเครดิตดีๆ คนคิดนี่ชื่อไม่ค่อยไทยเท่าไหร่เลย
ศูนย์แห่งการเรียนรู้ของเลโก้เขาเปิดใหม่ที่ Brisbane และเขาก็โฆษณาให้บรรดาประชาชนรับรู้ด้วยการใช้ Safety Bubble Mat หรือ พื้นระวังทางเท้า ให้เป็นประโยชน์ แค่แปะโลโก้ กับ เลโก้ ลงไป แค่นี้ก็เข้าใจง่ายๆ ได้แล้ว ช่างเหมาะเจาะดีจริงๆ
มีโฆษณารักษ์โลกมาให้ดูกันอีกแล้ว คราวนี้บรรจุแพ็คมาสามชิ่้นด้วยกัน และแต่ละชิ้้นล้วนมาจาก Natural Resources Defense Council หรือ NRDC.ORG ประมาณว่าพี่แกเป็นองค์กรรักษาทรัพยาการโลกนั่นเอง
ชิ้นแรกเขาเอาสติี๊กเกอร์รูปโลกไปแปะไว้ที่ตู้กดน้ำ กดน้ำกิน ก็เหมือนน้ำบนโลกของเราลดลง หรืออีกในแง่หนึ่งก็คือเขาต้องการจะสื่อว่าสิ่งที่เรามีอยู่ตอนนี้กำลังค่อยๆ หายไป และหายไป
ชิ้นต่อมาก็ยังคงเป็นคอนเซปท์โลกเหมือนเดิมเพียงแต่เป็นในด้านกลับกัน เขาเอาป้ายรูปโลกขนาดใหญ่ไปติดไปตามป้ายรถเมล์ ซึ่งบนป้ายนนั้นจะค่อยๆ เติมน้ำเข้าไป ตัวป้ายที่มีรูปโลกเลยดูเหมือนมีน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตรงโจทย์น้ำแข็งขั้วโลกกำลังละลาย
ชิ้นสุดท้ายบังเกิดขึ้นที่ร้านกาแฟชื่อดัง ตัวแก้วกระดาษเขามีคุณสมบัติพิเศษเมื่อบรรจุด้วยน้ำร้อน สีจะเปลี่ยนแปลงไป เขาก็เอารูปโลกเช่นเดิน Screen เอาไว้ด้วยสีเขียว เมื่อบรรจุด้วยกาแฟร้อนๆ มันก็จะเปลี่ยนออกเป็นสีเขียวน้ำตาล ให้อารมณ์ต้นไม้ หรือพื้นที่สีเขียวเจอกับความแห้งแล้ง