โฆษณากับรีอาลิตี้
posted on 11 May 2008 10:39 by nomorebrain in PRINT
เมื่อโฆษณา กับ รีอาลิตี้ ของอาหารฟาสต์ฟู้ดมาเจอกัน
ผลลัพธ์มันออกมาได้ดังนี้
Wendy's Chicken Club
KFC Famous Bowl

Wendy's Southwest Taco Salad

McDonald's Filet O Fish Sandwich

Burger King Whopper
คุณรู้หรือไม่ว่า ของที่เขาเอามาถ่ายโฆษณาบางทีมันก็กินไม่ได้ หรือไม่ใช่แบบนั้นจริงๆ อย่าง มาม่าต้มยำ ไอ้น้ำมันแดงๆ ที่เห็นลอยๆ กันอยู่นั้น บางทีเขาก็ใส่น้ำมันเครื่องที่เอาไว้ใส่รถยนต์ เพราะมันดูแดงสดกว่าน้ำมันพริกเผาที่เขาให้มา หรือไอศครีม บางครั้งเขาก็จะผสมมันบดลงไปเพื่อไม่ให้ละลายเร็วในขณะที่ถ่ายทำโฆษณาด้วย
เบื้องหลังที่ถูกจัดขึ้นมานี้ก็เพื่อทำให้อาหารดูน่ากิน สดใหม่ สีสันดึงดูดใจ ชวนให้เดินออกไปควักเงินซื้อ ทั้งๆ ที่คนเราก็รู้ๆ กันอยู่ว่ามันไม่มีทางเหมือนกับอย่างในโฆษณา แต่เราก็ยังคงดันทุรังที่จะอยากกินมันอยู่ดี หรือแม้กระทั่งโฆษณาไวท์เทนนิ่ง ทาสามวันขาวทันตา เราก็รู้ๆ กันอยู่ว่ามันไม่มีในโลก แต่เราก็ยังคงดันทุรังที่จะสรรหามันมาใช้ นี่คืออำนาจอันยิ่งใหญ่ของโฆษณาที่สามารถทำให้คนเราไม่มั่นใจในตัวเอง และต้องคอยสรรหาอะไรมาเติมเต็มตัวเองอยู่ตลอด
ผู้เขียนเคยมีเพื่อนคนหนึ่งตั้งชื่อ MSN ของเขาว่า "Don't read a beauty magazine, it will make you ugly" คิดไปคิดมามันก็คือคอนเซปท์อันเดัยวกันกับโฆษณานี่เอง แต่ก่อนจักกะแร้ดำไม่เห็นเป็นไร แต่เดี๋ยวนี้ จักกะแร้ดำแล้วไม่มั่นใจสุดๆ เพราะได้ดูโฆษณาโรลออนไวท์เทนนิ่งดรายแอนด์เฟรชคูลลิ่ง ที่สาวๆ ต้องมีวงแขนขาวเรียบเนียนดุจตูดเด็กถึงจะหาคนมาสืบพันธ์ด้วยได้ มันทำให้เรารู้สึกเหมือนกับขาดอะไรอยู่ตลอด เราไม่เคยมีพอ เราต้องเพิ่มมันเข้าไป เราถึงจะยืนหยัด เสนอหน้าเสนอตาได้ในสังคมที่ให้ค่านิยมกันเอาเองว่า จักกะแร้ขาว คือความจำเป็นในสังคม
ที่กล่าวมาทั้งหมดก็ใช่ว่าจะบอกว่าไม่ควรมีโฆษณา ผู้เขียนชอบดูโฆษณามาก เพราะชอบความตลก ไร้สาระ และความสร้างสรรค์ของมัน ประโยชน์ของมันก็มีอยู่ คือ ช่วยให้ข้อมูลสินค้าใหม่ๆ กับเรา ถ้าเราไม่มีข้อมูล เราไม่เคยชิน เราก็ไม่กล้าเลือกซื้อ เพราะเราไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ดีหรือจะสามารถตอบสนองความต้องการของเราได้หรือไม่ แต่เมื่อมันเกินจริง สิ่งที่เราต้องทำใจก็คืออย่าปล่อยให้มันเข้ามาควบคุมเราได้มันก็เท่านั้นเอง
Thank you : Fast Food: Ads vs. Reality

จริงมากมายค่ะ 55
#1 By + Amm + :D on 2008-05-11 11:51